|
| |
| ธุรกิจไก่ ปี 56 ผู้ประกอบการต้องสามัคคีกัน |
| Update 6-2-2013 |
| |
 |
การผลิตไก่เนื้อโดยรวมในปี 2555 มีการผลิตไก่เนื้อ 1,055.93 ล้านตัวเพิ่มขึ้นจาก 994.32 ล้านตัวในปี 2554 เนื่องจากการผลิตไก่เนื้อของไทยมีการจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐาน และมีระบบการผลิตที่ปลอดภัย ทำให้ปริมาณความต้องการบริโภคเนื้อไก่ของไทยทั้งตลาดภายในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนความต้องการบริโภคเนื้อไก่ของไทยในปี 2555 มีปริมาณการบริโภคเนื้อไก่ 947,458 ตัน เพิ่มขึ้นจาก 935,798 ตันในปี 2554 |
| |
ขณะที่ราคาไก่เนื้อในปี 2555 เกษตรกรขายได้เฉลี่ย กก.ละ 41.91 บาท ลดลงจาก กก.ละ 46.81 บาทในปี 2554 เนื่องจากมีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นรองรับการบริโภคเนื้อไก่จากต่างประเทศ เช่น จากสหภาพยุโรป (อียู) ที่เปิดตลาดไก่สดแช่แข็งให้ไทยเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2555 ซึ่งคาดว่าจะส่งเข้าอียูได้ประมาณ 3.2 หมื่นตัน และตลาดสิงคโปร์กลับมาเปิดตลาดให้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายที่ผ่านมา
|
| |
การส่งออกเนื้อไก่ของไทยในปี 2555 ไทยสามารถส่งออกเนื้อไก่ได้รวม 5 แสนตันคิดเป็นมูลค่า 63,189 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2554 ที่ส่งออก 466,845 ตัน มูลค่า 60,293 ล้านบาท ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ สหภาพยุโรป (อียู) ร้อยละ 39.48 ญี่ปุ่น 38.70 กลุ่มประเทศอาเซียนร้อยละ 11.33 |
| |
สำหรับแนวโน้มปี 2556 คาดว่าการผลิตไก่เนื้อของไทยยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดรับกับจำนวนประชากรและการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก หลังจากเริ่มส่งออกไก่สดแช่แข็งไปในหลายประเทศ โดยปี 2556 คาดว่าไทยจะสามารถผลิตไก่เนื้อได้ประมาณ 1,067.35 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจาก 1,055.93 ล้านตัวในปี 2555 ด้านความต้องการบริโภคปี 2556 คาดว่ามีประมาณ 953,107 ตัน เพิ่มขึ้นจาก 947,458 ตันในปี 2555 ราคาที่เกษตรกรขายได้ในปี 2556 เฉลี่ย กก.ละ 44 บาท เพิ่มขึ้นจาก กก.ละ 41.91 บาทในปี 2555 เนื่องจากไก่เนื้อปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และค่าแรงงาน อีกทั้งความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น |
| |
ราคาส่งออกเนื้อไก่สดแช่แข็งและเนื้อไก่แปรรูป คาดว่าปี 2556 จะสูงกว่าปี 2555 เล็กน้อย และในปี 2556 คาดว่าไทยจะสามารถส่งออกเนื้อไก่ได้รวม 510,000 ตัน มูลค่า 65,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปริมาณ 500,000 ตัน มูลค่า 63,189 ล้านบาทในปี 2555 ร้อยละ 2 |
| |
| พาณิชย์ซื้อเวลาขึ้นราคาอาหารสัตว์ |
| |
ภาพโดยรวมสถานการณ์ไก่เนื้อของไทยในปี 2555 ที่ผ่านมาหนักหนาสาหัสพอสมควร จากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหภาพยุโรป (อียู) ลูกค้ารายใหญ่เผชิญปัญหาเศรษฐกิจหนัก ลดการนำเข้าไก่แปรรูปจากไทย แม้ว่าวันที่ 1 กรกฎาคม 2555 จะไฟเขียวให้ไทยส่งไก่สดแช่เย็นแช่แข็งเข้าอียูได้อีกครั้ง หลังเกิดปัญหาโรคไข้หวัดนกระบาดในไทยในปี 2547 แต่บราซิลที่เจาะตลาดไก่สดโดยไม่มีไทยเป็นคู่แข่งมา 8 ปี และลดราคาลงตันละ 6,000 บาททั้งไก่สดและไก่แปรรูป ทำให้ตลาดแห่งนี้ที่เป็นตลาดไก่พรีเมี่ยมของไทย ขายไม่ได้ราคาที่ดีเหมือนเดิม และต้องแข่งขันกันมากขึ้น ขณะที่อีกด้านหนึ่งราคาวัตถุดิบกากถั่วเหลือง ข้าวโพด ปลายข้าว ปรับตัวขึ้นสูงโดยเฉลี่ย 20% ในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ผู้ผลิตและส่งออกไก่เนื้อครบวงจรขาดทุนกันหนัก
โดยผู้ผลิตไก่สดแช่เย็นแช่แข็งเข้าอียูรายใหญ่บางราย ได้เพิ่มกำลังการผลิตจาก 4 แสนตัน เป็น 6.2 แสนตันต่อปี รับกับอียูไฟเขียวนำเข้าไก่สดแช่เย็นแช่แข็งจากไทยกลางปีที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้ผลิตไก่เนื้อครบวงจรรายใหญ่อีกหลายรายที่รอดจากวิกฤตไข้หวัดนกปี 2547 ได้เพิ่มกำลังการผลิตไก่เนื้อเช่นกัน เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดในไทยและต่างประเทศ ซึ่งการที่ผู้ผลิตรายใหญ่สู้กันย่อมยืดเยื้อและเกิดความเสียหายหนัก ขาดทุนติดต่อกันถึง 3 ไตรมาส ยกเว้นบางรายที่ปรับตัวแปรรูปเป็นสินค้าพร้อมรับประทานมาตั้งแต่วิกฤตไข้หวัดนกมากขึ้น สุดท้ายผู้ผลิตรายใหญ่ที่จุดชนวนต้องลดกำลังการผลิตกลับมาที่เดิมในไตรมาสสุดท้ายปี 2555 ที่ผ่านมา
กอปรกับในครึ่งปีหลังแหล่งปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองในสหรัฐอเมริกา เกิดความเสียหายจากคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นนานหลายเดือน ส่งผลให้ราคากากถั่วเหลืองที่ไทยนำเข้าขยับจาก กก.ละ 14-15 บาท เป็น กก.ละ 21-22 บาท ข้าวโพดจาก กก.ละประมาณ 9 บาท เป็น 10 บาทเศษ ปลายข้าวราคาเพิ่มขึ้น 50% เพราะได้รับผลกระทบจากนโยบายรับจำนำข้าว ที่รัฐบาลให้โรงสีต้องส่งมอบปลายข้าวเมื่อสั่งสีแปรรูปจากข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร แต่เมื่อรัฐบาลขายข้าวขาว 25% แข่งกับเวียดนามและอินเดียลำบาก เพราะราคาสูงกว่ามาก ทำให้ขาดแคลนในท้องถิ่นเนื่องจากปลายข้าวส่วนใหญ่จะมาจากการสีข้าวเป็นข้าวขาว 25% ทำให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ยื่นหนังสือต่อกระทรวงพาณิชย์ขอขึ้นราคาอาหารสัตว์อีก 20% ขณะที่กระทรวงพาณิชย์พร้อมจะให้ปรับราคาขึ้น โดยตกลงให้ผู้ผลิตขึ้นราคา 8% ยกเว้นอาหารสัตว์สำหรับไก่ไข่ และหมูที่ผู้เลี้ยงยังขาดทุนอยู่ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ยังไม่ได้รับหนังสืออนุมัติจากกระทรวงพาณิชย์แต่อย่างใด
ทางด้านตลาดไก่สดแช่เย็นแช่แข็งของไทยในปี 2556 กรมการค้าต่างประเทศแจ้งว่า เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์ จะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจโรงงานในไทยในอนาคตอันใกล้นี้ ดังนั้น หากทั้ง 3 ประเทศที่เคยซื้อไก่สดแช่เย็นแช่แข็งจากไทยปีละ 1.75 แสนตันต่อปี กลับมาซื้อจากไทยบางส่วนจะทำให้สถานการณ์ไก่เนื้อไทยดีขึ้นพอสมควร รวมทั้งการจับมือกันอย่างจริงจังในการควบคุมการผลิต ราคาส่งออก เพื่อให้เกิดเสถียรภาพต่ออุตสาหกรรมไก่เนื้อ
|
| |
| |
| ข้อมูลโดย นิตยสาร พิก แอนด์ พอร์ค |
 |