ข้อบังคับ
สมาคมผู้ค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์

สมาคมนี้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ . ศ .2509 และอยู่ในความควบคุมดูแล

ของสำนักงานทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร

หมวดที่ 1

บทความทั่วไป

ข้อ 1. ชื่อของสมาคม สมาคมการค้านี้มีชื่อว่า “ สมาคมผู้ค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ ”

( ใช้ชื่อย่อว่า ว . ค . ส .) เรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “ แอนนิมอล เฮลธ์ โปรดักส์ แอสโซซิเอชั่น ”

เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “ANIMAL HEALTH PRODUCTS ASSOCIATION”

( ใช้ชื่อย่อว่า AHPA) คำว่า “ สมาคม ” ต่อไปในข้อบังคับให้หมายถึง “ สมาคมผู้ค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ ”

ข้อ 2. สำนักงานของสมาคม สำนักงานของสมาคมนี้ ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 43/199 หมู่บ้านซิตี้ทาวน์โฮม

ซอยลาดพร้าว 80 แยกจันทิมา 12 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

ข้อ 3. ตราของสมาคม ตราของสมาคมนี้มีเครื่องหมายเป็นรูปโครงสร้างทางเคมี หกเหลี่ยมจำนวน

สามรูปวางซ้อนและเรียงกันเป็นรูปสามแฉก ตรงกลางเป็นรูปหลอดแก้วทดลอง มีอักษรย่อภาษาอังกฤษของสมาคม “AHPA” เป็นฐาน
สีรองพื้นอักษรย่อ และในรูปหกเหลี่ยมมุมบนและล่างซ้าย คือสีเขียวอ่อน ส่วนสีในรูปหกเหลี่ยมมุมล่างขวา คือสีเหลือง

หมวดที่ 2

วัตถุประสงค์

ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของสมาคม สมาคมนี้มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

•  ส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทที่เกี่ยวกับการปศุสัตว์ และการค้าเวชภัณฑ์ สำหรับสัตว์

•  ประสานความสามัคคี และแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซึ่งกันและกันในทางวิชาการข่าวสารการค้าตลอดจนการวิจัยเกี่ยวกับการปศุสัตว์ และการค้าเวชภัณฑ์ สำ หรับสัตว์

•  สนับสนุนช่วยเหลือสมาชิกแก้ไขอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ รวมทั้งเจรจาทำความตกลงกับนิติบุคคล และบุคคลภายนอกเพื่อประโยชน์ร่วมกันในการประกอบวิสาหกิจของสมาชิก สอดส่องและติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดการค้าปศุสัตว์ และการค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ เพื่ออำนวยประโยชน์แก่การประกอบธุรกิจการค้าอุตสาหกรรมการเงินหรือเศรษฐกิจ

•  ร่วมมือกับรัฐบาลในการส่งเสริมการปศุสัตว์ และการค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ ให้อยู่ในมาตรฐานที่ดี สอดคล้องกับนโยบายของทางราชการ

•  ร่วมมือกับสถาบันทางการศึกษาและองค์กรต่างๆ ในการส่งเสริมวิชาการสัตวแพทย์

สัตวบาล โภชนาการสำหรับสัตว์ และการปศุสัตว์ทั่วไป

•  ขอสถิติ หรือเอกสาร หรือข้อความใดๆ จากสมาชิกที่เกี่ยวกับการดำเนินงานการปศุสัตว์ และการค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ ทั้งนี้ด้วยความยินยอมของสมาชิก

•  ส่งเสริมคุณภาพของการค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ ที่สมาชิกเป็นผู้ผลิตหรือจำหน่ายได้เข้าสู่มาตรฐานที่ดีตลอดจนวิจัยและปรับปรุงการผลิต และการค้าให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

•  ส่งเสริมการผลิตเพื่อให้การปศุสัตว์ และการค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ มีปริมาณเพียงพอแก่ความต้องการของตลาดทั้งภายในและภายนอกประเทศ

•  ทำความตกลงหรือวางระเบียบให้สมาชิกปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติ เพื่อให้การประกอบวิสาหกิจของสมาชิกได้ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย

•  ประนีประนอมข้อพิพาทระหว่างสมาชิก หรือระหว่างสมาชิกกับนิติบุคคล และบุคคลภายนอกและภายในการประกอบวิสาหกิจ

•  ส่งเสริมพลานามัย กีฬา และการจัดงานบันเทิงเป็นครั้งคราว

•  ไม่ดำเนินการในทางการค้าหรือการเมืองอย่างใดทั้งนั้น

หมวดที่ 3
สมาชิกและสมาชิกภาพ

ข้อ 5. ประเภทสมาชิก สมาชิกของสมาคมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ :-

1. สมาชิกสามัญ

•  สมาชิกวิสามัญ

ข้อ 6 คุณสมบัติของสมาชิก

1. สมาชิกสามัญ ได้แก่นิติบุคคลที่ประกอบการค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

•  สมาชิกวิสามัญ ได้แก่บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบวิชาชีพหรือวิสาหกิจอันเกี่ยวเนื่องกับการปศุสัตว์ และการค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ ซึ่งได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย

ข้อ 7. คุณลักษณะของผู้ที่เป็นสมาชิก นอกจากมีคุณสมบัติตามกำหนดไว้ในข้อ 6 แล้ว ผู้จะเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยังจะต้องประกอบด้วยคุณลักษณะดังต่อไปนี้ด้วย คือ :-

•  ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา

•  เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

•  ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือบุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

•  ไม่เคยเป็นบุคคลที่เคยต้องโทษจำคุกพิพากษาถึงที่สุดของศาลมาก่อน เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่มีกำหนดโทษขั้นลหุโทษ หรือความผิดซึ่งกระทำโดยประมาท

•  ไม่เป็นโรคอันพึงรังเกียจแก่สังคม

•  เป็นผู้ที่มีฐานะมั่นคงพอสมควร

•  เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

•  ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล

•  ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

•  มีฐานะมั่นคงพอสมควร

ให้นำข้อความใน (1) บังคับแก่คุณลักษณะของผู้แทนนิติบุคคลที่ได้รับแต่งตั้ง

ให้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลที่เป็นสมาชิกของสมาคม ตามข้อ 11 ด้วย

ข้อ 8. การสมัครเข้าเป็นสมาชิก ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญของสมาคมจะต้องยื่นความจำนงต่อเลขาธิการของสมาคมตามแบบพิมพ์ที่สมาคมได้กำหนดไว้โดยมีสมาชิกสามัญของสมาคมเป็นผู้รับรอง อย่างน้อย 2 คน

ข้อ 9. การพิจารณาคำขอสมัครเข้าเป็นสมาชิก ให้เลขาธิการสมาคมนำใบสมัครเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคมในคราวต่อไปครั้งแรกหลังจากที่ได้รับใบสมัคร เมื่อคณะกรรมการของสมาคมมีมติให้รับหรือไม่รับผู้ใดเข้าเป็นสมาชิกแล้ว ให้เลขาธิการสมาคมมีหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครผู้นั้นทราบภายในกำหนดเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้ลงมติ

หนังสือแจ้งดังกล่าวในวรรคแรกจะต้องจัดส่งเป็นจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ณ ที่อยู่ของผู้สมัครที่ปรากฏอยู่ในใบสมัคร

ข้อ 10. วันเริ่มสมาชิกภาพ สมาชิกภาพเริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้งได้รับการรับรองตามข้อ 9

ข้อ 11. สมาชิกที่เป็นนิติบุคคล สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลจะต้องแต่งตั้งผู้แทน ซึ่งจะต้องเป็นนิติบุคคลธรรมดาที่มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้นได้ 1 คน และผู้แทนสำรองอีก 1 คน

เพื่อปฏิบัติกิจการในหน้าที่ และใช้สิทธิแทนนิติบุคคลนั้น เมื่อผู้แทนไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้ผู้แทนได้ ในการนี้ผู้แทนสำรองจะมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทำแทน หรือแต่งตั้งตัวแทนช่วงมิได้

ข้อ 12. การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลง ในกรณีดังต่อไปนี้ :-

•  ตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคล

•  ขาดคุณสมบัติตามข้อ 6.1 หรือ 6.2 แล้วแต่กรณี

•  ลาออก โดยยื่นหนังสือลาออกต่อคณะกรรมการของสมาคม และได้ชำระหนี้สินที่ค้างชำระแก่สมาคมเรียบร้อยแล้ว

•  ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย

•  ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

•  ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่กำหนดโทษขั้นลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

•  คณะกรรมการของสมาคมลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมดด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้

•  เจตนากระทำการใดๆ ที่ทำให้สมาคมเสื่อมเสียชื่อเสียง

•  เจตนาละเมิดข้อบังคับ

•  ไม่ชำระเงินค่าบำรุงสมาคมเกินกว่า 1 ปี โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร

ข้อ 13. ทะเบียนสมาชิก ให้นายทะเบียนสมาคมจัดทำทะเบียนสมาชิกไว้ ณ สำนักงานของสมาคมโดยมีรายการตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ . ศ . 2509 ได้กำหนดไว้


หมวดที่ 4
ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุง

ข้อ 14 ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคม

•  คณะกรรมการเป็นผู้กำหนดอัตราค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงประจำปี โดยอนุมัติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

•  ค่าบำรุงต้องชำระภายในเดือนกุมภาพันธ์ ของปีปฏิทินนั้น

หมวดที่ 5

สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 15. สิทธิของสมาชิก

•  ได้รับความช่วยเหลือและการสงเคราะห์ในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการอันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคมจากสมาคมเท่าที่จะอำนวยได้

•  เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคม หรือคณะกรรมการของสมาคมในเรื่องใดๆ อันอยู่ในวัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของสมาคมฯ

•  สมาชิกหนึ่งในสี่ของสมาชิกทั้งหมด ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคมได้โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการสมาคม หรือ กรรมการผู้ทำหน้าที่แทนเลขาธิการสมาค ม

•  เข้าร่วมประชุมอภิปรายแสดงความคิดเห็น ซักถามกรรมการเสนอญัตติในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือในการประชุมใหญ่วิสามัญ

•  มีสิทธิประดับเครื่องหมายของสมาคม

•  สมาชิกสามัญเท่านั้น มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือในการประชุมใหญ่วิสามัญ หรือในการรับเลือกตั้งเป็นกรรมการของสมาค ม
ข้อ 16. หน้าที่ของสมาชิก

•  ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งของสมาคม มติของที่ประชุมใหญ่ และมติของคณะกรรมการของสมาคมโดยเคร่งครัด

•  ดำรงรักษาเกียรติ และผลประโยชน์ส่วนได้เสียของสมาคม

•  ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการของสมาคมให้เจริญรุ่งเรืองและมีความก้าวหน้าอยู่เสมอ

•  ชำระค่าบำรุงให้แก่สมาคมตามกำหนด

•  สมาชิกผู้ใดเปลี่ยน นาม นามสกุล สัญชาติ ย้ายที่ตั้งสำนักงาน เปลี่ยนประเภทวิชาชีพหรือวิสาหกิจ เลิกประกอบวิชาชีพหรือวิสาหกิจหรือเปลี่ยนผู้แทนนิติบุคคล จะต้องแจ้งให้ เลขาธิการสมาคมทราบเป็นหนังสือ ภายในกำหนดเวลา 15 วัน นับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง

หมวดที่ 6

คณะกรรมการของสมาคม

ข้อ 17. การเลือกตั้งคณะกรรมการ ให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเป็นผู้บริหารงานของสมาคมและเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ประกอบด้วยสมาชิกสามัญซึ่งได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี มีจำนวน 9 คน

การเลือกตั้งคณะกรรมการให้กระทำโดยวิธีให้สมาชิกสามัญหรือวิสามัญ เสนอนามของสมาชิกสามัญซึ่งตนประสงค์จะให้เข้ารับการเลือกตั้งเป็นกรรมการต่อที่ประชุมใหญ่ โดยสมาชิกสามัญและหรือสมาชิกวิสามัญรับรองไม่น้อยกว่า 2 คน แล้วให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้ง ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงตามลำดับได้เป็นกรรมการเท่า หรือ ไม่น้อยกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ในวรรคแรก ถ้าผู้ใดคะแนนในลำดับสุดท้ายเท่ากันหลายคนให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติเฉพาะผู้ที่ได้คะแนนเท่ากัน หากปรากฏว่าได้คะแนนเท่ากันอีกให้ใช้วิธีจับฉลาก

คณะกรรมการทั้ง 9 คนนั้น นายก และอุปนายก ต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากสมาชิกในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ให้คณะกรรมการเลือกกันเอง ตำแหน่งละ 1 คน

คณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 2 ปี

ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ . ศ .2509 มาตรา 19 หรือมาตรา 33 กรรมการที่พ้นจากสภาพกรรมการไปแล้วอาจได้รับเลือกตั้งให้เป็นกรรมการอีกได้

ข้อ 18. การพ้นจากสภาพกรรมการ กรรมการของสมาคมย่อมพ้นจากสภาพกรรมการในกรณีดังต่อไปนี้

•  ครบกำหนดออกตามวาระ

•  ลาออก โดยคณะกรรมการของสมาคมได้ลงมติอนุมัติแล้ว

•  พ้นจากการเป็นผู้แทนของสมาชิกสามัญซึ่งเป็นนิติบุคคล

•  ขาดจากสมาชิกภาพ

•  ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ถอนจากการเป็นกรรมการ

•  เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้ออกตามมาตรา 33 พระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ . ศ . 2509

•  ต้องคำสั่งพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ . ศ . 2509

•  เข้าร่วมประชุมน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง ของจำนวนการประชุมกรรมการในปีนั้นๆ

ข้อ 19. กรณีกรรมการว่างลงก่อนครบกำหนดออกตามวาระ ในกรณีที่มีกรรมการว่างลงก่อนกำหนดออก

ตามวาระคณะกรรมการของสมาคมอาจตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งให้เป็นกรรมการแทนได้แต่กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งแทนนี้ ให้เป็นกรรมการอยู่ได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ที่ตนแทน

ข้อ 20. องค์ประชุมในการประชุมของคณะกรรมการ การประชุมของคณะกรรมการของสมาคม จะต้องมีกรรมการประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะนับว่าเป็นองค์ประชุม นอกจากว่าในขณะที่มีการประชุมคณะกรรมการของสมาคมนั้นๆ จะมีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการของสมาคมน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

ในกรณีที่มีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการของสมาคมน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด กรรมการที่มีตัวอยู่ย่อมทำกิจการได้เฉพาะแต่ในเรื่องที่จะตั้งสมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นกรรมการแทนเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวน หรือนัดเรียกประชุมเท่านั้นจะกระทำกิจการอย่างอื่นไม่ได้ทั้งสิ้น

ข้อ 21. มติของที่ประชุมคณะกรรมการ นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ 22. ประธานในที่ประชุม ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้อุปนายกปฏิบัติหน้าที่แทนถ้าทั้ง นายก และอุปนายก ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ที่ประชุม เลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม เฉพาะในการประชุมคราวนั้น

ข้อ 23. การประชุมคณะกรรมการ ให้มีการประชุมคณะกรรมการของสมาคมอย่างน้อย 2 เดือนต่อครั้ง อนึ่งในกรณีจำเป็น นายก หรือกรรมการรวมกันไม่น้อยกว่า 5 คน จะเรียกประชุมพิเศษขึ้นได้

ข้อ 24. การรับมอบงานของคณะกรรมการ เมื่อมีการเลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่แต่ละครั้งในกรณีครบวาระ หรือคณะกรรมการชุดเดิมลาออกทั้งคณะ ให้คณะกรรมการของสมาคมชุดใหม่ยื่นจดทะเบียนเป็นคณะกรรมการของสมาคมการค้ากรุงเทพมหานครภายในกำหนดเวลา 30 วันนับแต่วันยื่นจดทะเบียนเป็นกรรมการ

หากว่าไม่มีการยื่นจดทะเบียนเป็นกรรมการชุดใหม่ตามความในวรรคก่อนให้ถือว่ากรรมการในชุดเดิมเป็นคณะกรรมการของสมาคมอยู่เดิมตราบเท่าเวลานั้น

ข้อ 25. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ ให้คณะกรรมการของสมาคมมีอำนาจและหน้าที่ดังนี้ :-

•  จัดดำเนินการกิจการและทรัพย์สินของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับและมติของที่ประชุม

•  เลือกตั้งกรรมการให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมการของสมาคม

•  วางระเบียบในการปฏิบัติงานของสมาคม

•  ว่าจ้าง แต่งตั้ง และถอดถอน ที่ปรึกษาของคณะกรรมการสมาคม อนุกรรมการเจ้าหน้าที่ และ พนักงานทั้งปวงเพื่อให้การดำเนินงานของสมาคมเป็นไปโดยเรียบร้อย โดยอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการสมาคม

ข้อ 26. อำนาจหน้าที่กรรมการของสมาคมในตำแหน่งต่างๆ อำนาจหน้าที่ของกรรมการสมาคม

ในตำแหน่งต่างๆ มีดังนี้ :-

•  นายก มีหน้าที่ดำเนินกิจการของสมาคมให้เป็นไปตามข้อบังคับ และระเบียบ ในการปฏิบัติงานของสมาคมเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก และเป็นประธานในที่ประชุมของคณะกรรมการของสมาคมตลอดจนในที่ประชุมใหญ่สมาชิก

•  อุปนายก มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายก ในกิจการทั้งปวงอันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของนายกและเป็นผู้ทำการแทนนายกเมื่อนายกไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

•  เหรัญญิก มีหน้าที่รักษาและจ่ายเงินของสมาคม ทำบัญชีการเงิน เก็บรักษาทรัพย์สินและจ่ายพัสดุของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย

•  นายทะเบียน มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนต่างๆ อันมิใช่ทะเบียนเกี่ยวกับการเงินของสมาคม ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย

•  เลขาธิการ มีหน้าที่ทำการตอบหนังสือ เก็บรักษาเอกสารต่างๆของสมาคมเป็นเลขานุการในที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคม และที่ประชุมใหญ่ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นๆตามที่คณะกรรมการของสมาคมจะได้มอบหมาย


หมวดที่ 7

การประชุมใหญ่

ข้อ 27. การประชุมใหญ่ การประชุมใหญ่ให้หมายถึงการประชุมสมาชิกของสมาคม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ :-

1. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี คือ การประชุมใหญ่ที่จะต้องให้มีขึ้นครั้งหนึ่งทุกระยะ

เวลาสิบสองเดือน

2. การประชุมใหญ่วิสามัญ คือ การประชุมใหญ่ครั้งอื่นๆ บรรดามี นอกจากการประชุม

ใหญ่สามัญประจำปี

ข้อ 28. กำหนดการประชุมใหญ่ กำหนดการประชุมใหญ่ ดังนี้ :-

1. ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายในเดือนมีนาคม ของทุกปี

2. ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่งซึ่งคณะกรรมการของสมาคมเห็นสมควร หรือสมาชิกมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของสมาชิกทั้งหมดแสดงความจำนงที่จะให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อเลขาธิการของสมาคม ให้คณะกรรมการของสมาคมนัดประชุมใหญ่วิสามัญภายในกำหนดเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

หนังสือบอกกล่าวจะต้องระบุข้อความแจ้งเหตุ เพื่อการใดที่จะขอให้มีการประชุมใหญ่

วิสามัญด้วย

ข้อ 29. การส่งหนังสือบอกกล่าวนัดประชุม คณะกรรมการของสมาคมจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึง

วัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่ไปให้สมาชิกทุกคนได้ทราบโดยส่งจดหมายทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ณ ที่อยู่ของสมาชิกที่ปรากฏอยู่ในทะเบียน หรือส่งให้ถึงตัวสมาชิกก่อนกำหนดวันประชุมใหญ่ไม่น้อยกว่า 7 วัน

ภายใต้บังคับของความในวรรคแรก ในกรณีที่เป็นการนัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะต้องแนบสำเนารายงานการประชุมประจำปีและสำเนางบดุลซึ่งผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้วไปด้วย

ข้อ 30. องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ ในการประชุมใหญ่ของสมาคมจะต้องมีสมาชิกสามัญมาประชุม

ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดจึงจะถือเป็นองค์ประชุม

ข้อ 31. กรณีที่การประชุมในครั้งแรกสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม การประชุมใหญ่ที่ได้เรียกนัดประชุม

วัน และเวลาใดหากพ้นกำหนดไปแล้ว 1 ชั่วโมงยังมีสมาชิกไม่ครบองค์ประชุมถ้าการประชุมใหญ่คราวนั้นให้เรียกนัดเพราะสมาชิกร้องขอให้เลิกประชุม ถ้ามิใช่สมาชิกร้องขอให้เลื่อนการประชุมคราวนั้นไป และทำการบอกกล่าวนัดประชุม วัน เวลา และสถานที่ประชุมใหญ่นี้อีกครั้งหนึ่งภายในกำหนดเวลา 15 วันนับแต่วันประชุมใหญ่คราวแรก ในการประชุมใหญ่คราวหลังนี้จะมีสมาชิกมามากน้อยเพียงใดก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม

ข้อ 32. ประธานในที่ประชุม ให้นายกเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้อุปนายกทำหน้าที่แทน ถ้าทั้งนายกและอุปนายกไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกรรมการคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าและไม่มีกรรมการอยู่ในที่ประชุมเลยก็ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งสมาชิกสามัญคนหนึ่งคนใดขึ้นเป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะการประชุมคราวนั้น

ข้อ 33. วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะเเนนและ

สมาชิ กสามัญคนหนึ่งๆ มีคะแนนเสียงหนึ่งเสียง

การออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ ให้ถือปฏิบัติเป็น 2 กรณี คือ :-

•  1. โดยวิธีเปิดเผย ให้ใช้วิธีชูมือ

•  2. โดยวิธีลงคะแนนลับ ให้ใช้วิธีเขียนบัตรลงคะแนนและจะกระทำได้เมื่อคณะกรรมการของสมาคม หรือสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุมร้องขอ


ข้อ 34. มติของที่ประชุมใหญ่ นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่นในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ 35. กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่

สามัญประจำปีมีดังนี้ :-

1. รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน

•  2. พิจารณารายงานประจำปี แสดงผลการดำเนินกิจการของสมาคมที่ผ่านมาในรอบปี

•  3. พิจารณาและรับรองงบดุล

•  4. เลือกตั้งคณะกรรมการของสมาคม

•  5. เลือกตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี และกำหนดค่าตอบแทน

•  6. เรื่องอื่นๆ ( ถ้ามี )

ข้อ 36. กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่วิสามัญ กิจการอันพึงกระทำในการประชุมใหญ่วิสามัญ

นั้นได้แก่ กิจการที่จะกระทำโดยอาศัยมติจากที่ประชุม แต่ไม่อาจหรือมีเหตุทำให้ไม่สามารถ

จัดทำได้ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี


หมวดที่ 8

การเงินและการบัญชีของสมาคม

ข้อ 37. การจัดทำงบดุล ให้คณะกรรมการของสมาคมจัดทำงบดุลปีละหนึ่งครั้ง แล้วส่งให้ผู้สอบบัญชีไม่เกินเดือนมกราคมของทุกปี และผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจสอบให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีไม่น้อยกว่า 30 วัน

ข้อ 38. ปีการบัญชี ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันสิ้นปีการบัญชีของสมาคม

ข้อ 39. อำนาจของผู้สอบบัญชี ผู้สอบบัญชีซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งมีอำนาจเข้าตรวจสอบสมุดบัญชีและบรรดาเอกสารเกี่ยวกับการเงินของสมาคม และมีสิทธิสอบถามกรรมการตลอดจนเจ้าหน้าที่ของสมาคมทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญขีและเอกสารดังกล่าว ในการนี้กรรมการและเจ้าหน้าที่จะต้องช่วยเหลือและให้ความสะดวกทุกประการเพื่อตรวจสอบเช่นว่านั้น

ข้อ 40. การเก็บรักษาสมุดบัญชีและเอกสารการเงิน สมุดบัญชีและเอกสารการเงินของสมาคมจะต้องเก็บรักษาไว้ ณ สำนักงานของสมาคม และให้อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของเหรัญญิก

ข้อ 41. การเงินของสมาคม เงินสดของสมาคมจะต้องนำฝากไว้ ณ ธนาคารพาณิชย์แห่งใดแห่ง

ห นึ่ งซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ในนามของสมาคมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

คณะกรรมการจะกำหนดวงเงินทดลองจ่ายเกี่ยวกับกิจการของสมาคมให้เหรัญญิกเป็น

ผู้รับผิดชอบและเก็บรักษาตัวเงิน

การถอนเงินจากธนาคาร ให้อยู่ในอำนาจของนายก อุปนายก เหรัญญิก หรือ

กรรมการคนใดคนหนึ่งโดยมติของที่ประชุมคณะกรรมการของสมาคมลงนามร่วมกันสองคน

ข้อ 42. การจ่ายเงินของสมาคม ในการสั่งจ่ายเงินของสมาคมแต่ละครั้งให้กระทำตามระเบียบการสั่งจ่าย

ที่คณะกรรมการของสมาคมกำหนดไว้ทุกครั้งไป

 

หมวดที่ 9

การแก้ไขข้อบังคับ การเลิกสมาคม และการชำระบัญชี

ข้อ 43. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือตัดทอนข้อบังคับ ข้อบังคับนี้จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง ตัดทอน หรือเพิ่มเติมได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ ซึ่งมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสามัญที่มาประชุม

ข้อ 44. การเลิกสมาคม สมาคมนี้อาจเลิกได้ด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดดังต่อไปนี้ :-

•  เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด

•  เมื่อล้มละลาย

•  เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สั่งให้เลิกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสมาคมการค้า พ . ศ . 2509

ข้อ 45. การชำระบัญชี เมื่อสมาคมนี้ต้องเลิกไปเพราะเหตุหนึ่งเหตุใดดังกล่าวในข้อ 44 การชำระบัญชีของสมาคมให้นำบทบัญญัติสมาคมการค้า พ . ศ . 2509 มาใช้บังคับ

ในกรณีที่สมาคมต้องเลิกไปตามข้อ 44.1 ให้ที่ประชุมใหญ่คราวนั้นลงมติเลือกตั้งกำหนดตัวผู้ชำระบัญชีเสียด้วย และหากต้องเลิกไปตามข้อ 44.3 ให้กรรมการทุกคนในคณะกรรมการของสมาคมชุดสุดท้ายที่ได้จดทะเบียนเป็นกรรมการของสมาคมต่อนายทะเบียนสมาคมการค้า - ประจำกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ชำระบัญชี

หากมีทรัพย์สินของสมาคมเหลือจากการชำระบัญชีให้ยกให้แก่นิติบุคคลในประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะแห่งหนึ่งแห่งใดหรือหลายแห่งตามมติของที่ประชุมใหญ่

หมวดที่ 10

บทเฉพาะกาล

ข้อ 46 เมื่อนายทะเบียนการค้าประจำกรุงเทพมหานคร ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาชิกการค้าแล้วให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทั้ง 3 คน ทำหน้าที่คณะกรรมการของสมาคมชั่วคราวจนกว่าจะได้มีการเลือกตั้ง คณะกรรมการของสมาคมตามข้อบังคับนี้ ซึ่งจะต้องจัดให้มีขึ้นภายในกำหนดเวลา 120 วันนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมการค้าแล้ว

ข้อ 47. เพื่อประโยชน์แห่งความในข้อบังคับข้อ 8 ให้ผู้เริ่มก่อการจัดตั้งทั้ง 3 คน ทำหน้าที่เป็นสมาชิกสามัญ

ข้อ 48. ให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสมาคมการค้าประจำกรุงเทพมหานคร ได้อนุญาตให้จัดตั้งเป็นสมาคมการค้าเป็นต้นไป

ข้อบังคับสมาคมผู้ค้าเวชภัณฑ์สำหรับสัตว์